8187ede47809cc531ef4b711057ff146.jpg

ช่อง Youtube ศปข.7

ศปข.7 (ราชบุรี)

795458
Today
Yesterday
This Week
Last Week
This Month
Last Month
All days
647
488
647
790824
13658
34574
795458

Your IP: 192.168.2.69
2021-07-25 21:37

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ ช่อง Youtube กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

 

 

 

รู้ทันความไม่ปลอดภัยจาก Case Study EP.3

โฟล์คลิฟท์

ติดตามข่าวสารดีๆ ด้านแรงงาน ได้ที่ช่อง YouTube กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

โดย ✅กดติดตาม ✅กดSubscribe
✅ กดไลค์ ✅ กดแชร์ ✅ กดกระดิ่งแจ้งเตือน
"กสร. Channel เปิดดูเมื่อไหร่ก็มีเรื่องใหม่ให้ชม"

กสร. ศึกษางานอันตรายสำหรับเด็ก มุ่งพัฒนาความปลอดภัยเด็กทำงาน

Post by osh7
on 30 มกราคม 2561
ฮิต: 296

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ศึกษางานอันตรายสำหรับเด็กในประเทศไทย ตั้งเป้าทบทวน เปรียบเทียบกฎหมาย พร้อมประเมินความเสี่ยงในการทำงาน มุ่งวางแนวทางพัฒนาความปลอดภัยและดูแลคุณภาพชีวิตเด็กทำงาน

นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยว่า กสร. ได้จัดทำโครงการศึกษาวิเคราะห์สภาพงานอันตรายสำหรับเด็กในประเทศไทย เพื่อศึกษาทบทวน เปรียบเทียบกฎหมาย มาตรฐานและแนวปฏิบัติเชิงนโยบายในการจัดการควบคุมและคุ้มครองเด็ก โดยมุ่งสำรวจและประเมินความเสี่ยงลักษณะงาน หรือกิจการที่มีการใช้แรงงานเด็ก พร้อมระบุปัจจัยเสี่ยงและวิเคราะห์ถึงอันตรายของลักษณะงานที่มีเด็กทำงาน ซึ่งจากการศึกษาพบว่า กลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้วมีการออกกฎหมายเป็นสองลักษณะ คือ ลักษณะงานอันตรายที่ห้ามทำและลักษณะงานเบาที่ปลอดภัยอนุญาตให้เด็กทำได้ ซึ่งแตกต่างจากแนวทางของประเทศไทยที่ออกกฎหมายงานที่ห้ามเด็กทำและงานที่เด็กทำได้ แต่ยังไม่ได้ระบุประเภทกิจการไว้ ขณะที่ผลสำรวจและประเมินความเสี่ยงกิจการที่มีเด็กทำงานมากที่สุด พบว่า ลักษณะงานที่ควรกำหนดให้เป็นงานอันตรายสำหรับเด็กเพิ่มเติมและห้ามจ้างเด็กทำงาน ได้แก่ งานวัดระดับน้ำมันในบ่อเก็บน้ำมัน และการเติมก๊าซแอลพีจีในกิจการขายปลีกน้ำมัน งานขับขี่รถจักรยานยนต์ส่งอาหารและเอกสารในกิจการบริการด้านอาหารและเครื่องดื่ม งานส่งวัสดุ การติดตั้งเครื่องปรับอากาศในกิจการก่อสร้าง และงานซักรีดในกิจการบริการโรงแรม

อธิบดีกสร. กล่าวต่อไปว่า นอกจากนี้ ผลจากการศึกษายังพบว่า การทำงานบนที่สูงตั้งแต่ 7 เมตรขึ้นไป และการทำงานในอุณหภูมิสูงกว่า 32 องศาเซลเซียส รวมถึงการทำงานเกิน 22.00 น. อาจเป็นอันตรายและส่งผลเสียต่อสุขภาพของเด็ก ซึ่งผลจากการวิจัยครั้งนี้จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการวางแนวทางการพัฒนาความปลอดภัยในการทำงานของเด็กทำงานในประเทศไทยเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีต่อไป


กสร. ส่งเจ้าหน้าที่ให้ความรู้กฎหมายแรงงานแก่ผู้มีรายได้น้อยทั่วประเทศ ตามโครงการเพิ่มศักยภาพผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐ

Post by osh7
on 12 มิถุนายน 2561
ฮิต: 376

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ส่งเจ้าหน้าที่เข้าส่งเสริมให้ความรู้กฎหมายแรงงาน และความปลอดภัยในการทำงานแก่ผู้มีรายได้น้อยทั่วประเทศ ตามโครงการเพิ่มศักยภาพผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐ พร้อมตรวจคุ้มครองสิทธิแรงงานต่อเนื่องหลังเข้าทำงานแล้ว

นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงแรงงานได้ดำเนินโครงการเพิ่มศักยภาพผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อสร้างงาน สร้างอาชีพ เพิ่มรายได้และความมั่นคงในชีวิต โดยการฝึกอบรมทักษะอาชีพ ส่งเสริมการมีงานทำทั้งรูปแบบของแรงงานในระบบและนอกระบบ รวมไปถึงการคุ้มครองให้แรงงานได้รับสิทธิประโยชน์ตามกฏหมาย กสร. ได้จัดส่งเจ้าหน้าที่เพื่อเข้าไปส่งเสริมความรู้เกี่ยวกับการคุ้มครองสิทธิตามพ.ร.บ.คุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 พ.ร.บ.ผู้รับงานไปทำที่บ้าน พ.ศ.2553 และพระราชบัญญัติ ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ.2554 โดยได้ร่วมกับสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงานในการบรรยาย ให้ความรู้แก่ผู้มีรายได้น้อยที่ลงทะเบียนสวัสดิการแห่งรัฐทั่วประเทศที่เข้ามารับการฝึกทักษะอาชีพ ซึ่งขณะนี้ได้ดำเนินการไปในหลายจังหวัดแล้ว

อธิบดี กสร. กล่าวต่อไปว่า นอกจากการเข้าไปส่งเสริมให้มีความรู้เรื่องกฎหมายแรงงานแล้ว เมื่อผู้มีรายได้น้อยเหล่านี้เข้าสู่ระบบการจ้างงานในสถานประกอบกิจการหรือเป็นผู้รับงานไปทำที่บ้าน กสร. ก็จะจัดส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจติดตามเพื่อคุ้มครองให้ได้รับสิทธิประโยชน์และได้รับการปฏิบัติที่ถูกต้องตามกฎหมายแรงงานต่อไป

กสร. ห่วงความปลอดภัยช่วงปีใหม่ แนะนายจ้างจัดมาตรการเตรียมพร้อม

Post by osh7
on 21 ธันวาคม 2560
ฮิต: 283

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน แนะนายจ้างเตรียมความพร้อมเรื่องความปลอดภัย กำหนดมาตรการป้องกันอันตราย ก่อนและระหว่างวันหยุดยาวช่วงเทศกาลปีใหม่

นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยว่า เนื่องจากในช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่ สถานประกอบกิจการมีวันหยุดติดต่อกันหลายวัน จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการเตรียมการเพื่อป้องกันการเกิดความไม่ปลอดภัยหรืออันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ เช่น การเกิดอัคคีภัยจากสาเหตุไฟฟ้าลัดวงจร จากสารเคมี จากแหล่งความร้อนอื่น ๆ เป็นต้น นอกจากนี้สถานประกอบกิจการบางแห่งอาจใช้ช่วงเวลาดังกล่าวทำ Big Cleaning หรือดำเนินการตรวจสอบ บำรุงรักษา เครื่องจักร อุปกรณ์ รวมถึงระบบต่าง ๆ ภายในสถานประกอบกิจการ ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวในบางกิจกรรมมีการจ้างบุคคล หรือหน่วยงานภายนอกเข้ามาดำเนินการ ซึ่งอาจไม่มีความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้งานเครื่องจักร อุปกรณ์ และระบบต่าง ๆ ของสถานประกอบกิจการ จึงจำเป็นต้องกำหนดมาตรการควบคุม ดูแล และป้องกันมิให้เกิดอันตรายหรือความสูญเสีย กสร. จึงขอความร่วมมือเจ้าของสถานประกอบกิจการ เจ้าหน้าที่ความปลอดภัยในการทำงานและผู้ที่เกี่ยวข้อง กำหนดมาตรการหรือแนวทางป้องกันอันตรายที่อาจจะเกิดขึ้นทั้งก่อนและช่วงวันหยุดเทศกาลปีใหม่ เช่น กำหนดมาตรการในการตรวจสอบดูแลเครื่องจักร เครื่องมือต่าง ๆ กำหนดมาตรการในการป้องกันอันตราย ทบทวนแผนฉุกเฉินเพื่อให้สามารถรองรับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ เป็นต้น

นายอนันต์ชัย กล่าวเพิ่มเติมว่า นอกจากมาตรการด้านความปลอดภัยแล้ว กสร. ขอความร่วมมือนายจ้าง สถานประกอบกิจการทุกแห่ง ร่วมกันรณรงค์สร้างจิตสำนึกความปลอดภัยและให้ความรู้ในการป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนแก่ลูกจ้าง เช่น การอบรมเทคนิคการขับขี่อย่างปลอดภัย การตรวจสภาพของอุปกรณ์ต่างๆ ความพร้อมของยานพาหนะ เพื่อให้มีความพร้อมในการเดินทางได้อย่างความปลอดภัย และเป็นส่วนหนึ่งในการขับเคลื่อนความปลอดภัยและอาชีวอนามัยของประเทศไทย หรือ Safety Thailand