8187ede47809cc531ef4b711057ff146.jpg

“บิ๊กอู๋”จับมือท้องถิ่น สถานศึกษา สร้างวัฒนธรรมปลอดภัยแก่นักเรียน นักศึกษา ก่อนเข้าทำงาน

Post by Osh7
on 12 ตุลาคม 2561
ฮิต: 210

รมว.แรงงาน เปิดงานและร่วมเป็นสักขีพยานพิธีลงนาม MOU “การสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยสู่สถานศึกษา”สถานศึกษาปลอดภัย ประจำปี 2561 มอบรางวัลสถานศึกษาที่ผ่านเกณฑ์ 566 แห่ง ขณะที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น สถานศึกษา และภาครัฐร่วมลงนามความร่วมมือ สร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยสู่สถานศึกษา ขับเคลื่อนนโยบาย Safety Thailand ไปสู่การปฏิบัติ

เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม 2561 พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธีเปิดงานและร่วมเป็นสักขีพยานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ“การสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยสู่สถานศึกษา”และมอบโล่รางวัลดีเด่น สถานศึกษาปลอดภัย ประจำปี 2561 จำนวน 566 แห่ง ณ ห้องประชุมจอมพล ป.พิบูลสงคราม ชั้น 5 อาคารกระทรวงแรงงาน โดยกล่าวว่า กระทรวงแรงงานให้ความสำคัญกับการดำเนินการด้านความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงานโดยการขับเคลื่อนนโยบาย Safety Thailand เป็นนโยบายเน้นหนักของกระทรวง มีเป้าหมายในการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยเชิงป้องกัน และลดการเกิดอุบัติเหตุจากการทำงาน โดยการสร้างความตระหนักรู้ปลูกจิตสำนึกด้านความปลอดภัย รวมถึงการพัฒนาพฤติกรรมที่ไม่ก่อให้เกิดภาวะเสี่ยงอันตรายต่อชีวิต ร่างกาย จิตใจ โดยการเตรียมความพร้อมให้กับนักเรียนในสถานศึกษาให้มีความรู้ ความเข้าใจ และเกิดความตระหนักเกี่ยวกับความปลอดภัยก่อนเข้าสู่ตลาดแรงงาน ผ่านกิจกรรมสถานศึกษาปลอดภัย

พล.ต.อ.อดุลย์ฯ กล่าวต่อว่า ปัจจุบันมีสถานศึกษาเข้าร่วมแล้วกว่า 1,000 แห่งทั่วประเทศ ครอบคลุมนักเรียน นักศึกษา ครู อาจารย์ และบุคลากรทางการศึกษา 1,275,638 คน ซึ่งในวันนี้ได้มอบรางวัลให้กับสถานศึกษาที่ผ่านเกณฑ์จำนวน 566 แห่ง ซึ่งความร่วมมือในครั้งนี้จะเป็นประโยชน์ต่อนักเรียน นักศึกษา ตลอดจน ครู อาจารย์ และบุคลากรของสถานศึกษา ที่จะช่วยเสริมสร้างความเข้มแข็งด้านความปลอดภัยเกิดวัฒนธรรมความปลอดภัยเชิงป้องกันอย่างมั่นคงและยั่งยืนในสถานศึกษา ตลอดจนบรรลุวาระแห่งชาติ ตามนโยบายรัฐบาลที่ต้องการให้“แรงงานปลอดภัยและสุขภาพอนามัยดี” ต่อไป

ทั้งนี้ การลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ“การสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัย สู่สถานศึกษา”เป็นความร่วมมือระหว่าง 9 หน่วยงาน ได้แก่

- กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น
- สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน
- สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา
- สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา
- สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน
- สมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย
- สมาคมสันนิบาตเทศบาลแห่งประเทศไทย
- สมาคมองค์การบริหารส่วนตำบลแห่งประเทศไทย
- กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กระทรวงแรงงาน

เพื่อร่วมกันสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยสู่สถานศึกษาและขับเคลื่อนนโยบาย Safety Thailand ไปสู่การปฏิบัติต่อไป

 

รมว.แรงงาน กำชับนายจ้างปฏิบัติตามกม.ความปลอดภัย

Post by Osh7
on 04 ตุลาคม 2561
ฮิต: 282

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ห่วงความปลอดภัยแรงงาน กำชับนายจ้างต้องใส่ใจและปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัยอย่างเคร่งครัด พร้อมสั่งเจ้าหน้าที่คุมเข้มบังคับใช้กฎหมาย เร่งสร้างการรับรู้ มุ่งเป้าคุ้มครองแรงงานให้ปลอดภัย

นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยว่า จากกรณีข่าวเกี่ยวกับอุบัติเหตุจากการทำงานที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ห่วงใยความปลอดภัยในการทำงานของลูกจ้าง จึงได้ย้ำเตือนมายังนายจ้าง สถานประกอบกิจการทุกแห่งให้ตระหนักถึงความปลอดภัยในการทำงานเป็นอันดับแรก โดยต้องใส่ใจและให้ความสำคัญกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 รวมทั้งกฎกระทรวงและประกาศกรมที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันและลดการประสบอันตรายจากการทำงาน นอกจากนี้ได้สั่งการให้กสร.กำกับดูแลให้ผู้เกี่ยวข้องปฏิบัติตามกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่การประสบอันตรายจากการทำงานเกิดขึ้นจากการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามกฎหมายของนายจ้างให้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างเข้มงวดจริงจัง

อธิบดีกสร. กล่าวต่อไปว่า กสร.ได้กำชับให้พนักงานตรวจความปลอดภัยทั่วประเทศเร่งสร้างการรับรู้เกี่ยวกับข้อกฎหมายและแนวทางการปฏิบัติ ตลอดจนรณรงค์สร้างจิตสำนึกและสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยในการทำงานให้เกิดขึ้นในสังคมไทยเพื่อคุ้มครองป้องกันลูกจ้างให้มีความปลอดภัยในการทำงาน


กสร. ปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำให้นายจ้างปรับปรุงความปลอดภัยฯ ป้องกันอุบัติเหตุและโรคอันเนื่องจากการทำงาน

Post by Osh7
on 19 กันยายน 2561
ฮิต: 281

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ส่งเสริมนายจ้างพัฒนาสภาพการทำงานตามมาตรฐานความปลอดภัย ป้องกันอุบัติเหตุและโรคอันเนื่องจากการทำงาน พร้อมปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำผ่านกองทุนความปลอดภัยฯ ช่วยนายจ้างแก้ไขสภาพการทำงาน

นายทศพล กฤตวงศ์วิมาน รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยว่าการขับเคลื่อนนโยบาย Safety Thailand เป็นหนึ่งในนโยบายเร่งด่วนของพลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน โดยมีเป้าหมายเพื่อให้แรงงานไทยมีความปลอดภัยและสุขภาพอนามัยดี กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานได้ดำเนินการตามนโยบายดังกล่าวทั้งในการสร้างการรับรู้และกำกับดูแลให้นายจ้างปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัย ปรับปรุงสภาพการทำงานและเครื่องจักรอุปกรณ์ให้มีความปลอดภัยตามที่กฎหมายกำหนด รวมทั้งส่งเสริมให้นายจ้างพัฒนาและยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยเพื่อให้ลูกจ้างมีคุณภาพชีวิตที่ด้วย สำหรับสถานประกอบกิจการต้องการปรับปรุงแก้ไขสภาพการทำงานให้มีความปลอดภัยแต่ขาดเงินทุนหมุนเวียน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานมีกองทุนความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนพร้อมให้นายจ้าง สถานประกอบกิจการ รายละไม่เกิน 2 ล้านบาท เสียดอกเบี้ยร้อยละ 2 ต่อปี มีระยะเวลาการชำระคืนเงินกู้ 5 ปี และปลอดการชำระคืนเงินต้น 1 ปี 

นายทศพล กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันมีสถานประกอบกิจการกู้เงินจากกองทุนฯไปแล้ว 40 รายเป็นเงิน 19 ล้านบาท ทั้งนี้ กสร.มียอดเงินสะสมในกองทุนสำหรับปล่อยกู้ทั้งหมด 295 ล้านบาท นายจ้าง เจ้าของสถานประกอบกิจการที่สนใจสอบถามได้ที่กองความปลอดภัยแรงงาน โทรศัพท์ 0 2448 8338 ต่อ 833 เว็บไซต์ http://oshfund.labour.go.th หรือที่หน่วยงานในสังกัดกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานทั่วประเทศ

 

กสร.เรียกสอบนายจ้าง ระหว่างดำเนินการบูรณะหอระฆังวัดพระยาทำเหตุลูกจ้างเสียชีวิตและบาดเจ็บ

Post by Osh7
on 28 กันยายน 2561
ฮิต: 257

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรียกสอบข้อเท็จจริงนายจ้าง หาเหตุลูกจ้างเสียชีวิตและบาดเจ็บระหว่างดำเนินการบูรณะหอระฆังวัดพระยาทำวรวิหาร หากพบไม่ปฏิบัติตามกฎหมายดำเนินคดีทันที

นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยถึงกรณีเหตุการณ์หอระฆังวัดพระยาทำวรวิหาร เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ ทรุดตัวจนเป็นเหตุให้เสียชีวิตและได้รับบาดเจ็บขณะดำเนินการบูรณะว่า จากการสอบข้อเท็จจริงของพนักงานตรวจความปลอดภัยในเบื้องต้นทราบว่าขณะเกิดเหตุลูกจ้างกำลังทำการยกฐานหอระฆังด้วยการดีดด้วยแม่แรง โดยมีลูกจ้างลงไปปฏิบัติงานใต้ฐานหอระฆัง แต่พื้นดินมีอาการทรุดทำให้เหล็ก(บีม)ที่ใช้ยึดแม่แรงเกิดการเบียดกันจนทำให้หอระฆังเกิดการทรุดตัวและมีเศษวัสดุหล่นลงมาจนเป็นเหตุให้ลูกจ้างบาดเจ็บและเสียชีวิต ทั้งนี้พนักงานตรวจความปลอดภัยได้ออกหนังสือเชิญนายจ้างให้มาพบเพื่อสอบข้อเท็จจริงในวันที่ 2 ตุลาคมนี้ หากตรวจสอบพบนายจ้าง ไม่ปฏิบัติตามกฎหมายจะดำเนินคดีทันที โดยอัตราโทษสูงสุดของการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเกี่ยวกับความปลอดภัยในการทำงานคือมีโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี ปรับไม่เกิน 4 แสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ 

อธิบดีกสร. กล่าวเพิ่มเติมว่า อุบัติเหตุในการทำงานที่เกิดขึ้นแต่ละครั้งก่อให้เกิดความสูญเสียทั้งต่อผู้ประสบเหตุ ครอบครัว นายจ้างเองก็มีความผิดและถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย อย่างไรก็ตามการประสบอันตรายจากการทำงานเป็นเรื่องที่สามารถป้องกันได้เริ่มต้นด้วยการปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด นายจ้างที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับกฎหมายความปลอดภัยในการทำงานสอบถามได้ที่ กองความปลอดภัยแรงงาน โทรศัพท์ 0 2448 9128-39 ต่อ กลุ่มงานมาตรฐานความปลอดภัยในการทำงาน , สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1-10 , สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดทุกจังหวัด หรือที่ โทรศัพท์สายด่วน 1506 กด 3

กสร. ปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำให้นายจ้างปรับปรุงความปลอดภัยฯ

Post by Osh7
on 14 กันยายน 2561
ฮิต: 324

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ส่งเสริมนายจ้างพัฒนาสภาพการทำงานตามมาตรฐานความปลอดภัย ป้องกันอุบัติเหตุและโรคอันเนื่องจากการทำงาน พร้อมปล่อยกู้ดอกเบี้ยต่ำผ่านกองทุนความปลอดภัยฯ ช่วยนายจ้างแก้ไขสภาพการทำงาน

นายทศพล กฤตวงศ์วิมาน รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยว่าการขับเคลื่อนนโยบาย Safety Thailand เป็นหนึ่งในนโยบายเร่งด่วนของพลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน โดยมีเป้าหมายเพื่อให้แรงงานไทยมีความปลอดภัยและสุขภาพอนามัยดี กสร.ได้ดำเนินการตามนโยบายดังกล่าวทั้งในการสร้างการรับรู้และกำกับดูแลให้นายจ้างปฏิบัติตามกฎหมายความปลอดภัย ปรับปรุงสภาพการทำงานและเครื่องจักรอุปกรณ์ให้มีความปลอดภัยตามที่กฎหมายกำหนด รวมทั้งส่งเสริมให้นายจ้างพัฒนาและยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยเพื่อให้ลูกจ้างมีคุณภาพชีวิตที่ด้วย สำหรับสถานประกอบกิจการต้องการปรับปรุงแก้ไขสภาพการทำงานให้มีความปลอดภัยแต่ขาดเงินทุนหมุนเวียน กสร.มีกองทุนความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน ซึ่งจัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน พ.ศ. 2554 เพื่อเป็นแหล่งเงินทุนพร้อมให้นายจ้าง สถานประกอบกิจการ รายละไม่เกิน 2 ล้านบาท เสียดอกเบี้ยร้อยละ 2 ต่อปีมีระยะเวลาการชำระคืนเงินกู้ 5 ปี และปลอดการชำระคืนเงินต้น 1 ปี

นายทศพล กล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันมีสถานประกอบกิจการกู้เงินจากกองทุนฯไปแล้ว 40 รายเป็นเงิน 19 ล้านบาท ทั้งนี้ กสร.มียอดเงินสะสมในกองทุนสำหรับปล่อยกู้ทั้งหมด 295 ล้านบาท นายจ้าง เจ้าของสถานประกอบกิจการที่สนใจสอบถามได้ที่กองความปลอดภัยแรงงาน โทรศัพท์ 0 2448 8338 ต่อ 833 เว็บไซต์ http://oshfund.labour.go.th หรือที่หน่วยงานในสังกัดกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานทั่วประเทศ