8187ede47809cc531ef4b711057ff146.jpg

ข่าวความปลอดภัยในการทำงาน

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ ช่อง กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

 

ไทยบังคับใช้ระเบียบตรวจเข้มแรงงานในภาคประมง

Post by Osh7
on 09 กรกฎาคม 2561
ฮิต: 293

ประเทศไทยได้ประกาศใช้ระเบียบกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานว่าด้วยการตรวจแรงงานและการดำเนินคดีอาญาผู้กระทำความผิดตามกฎกระทรวงว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานในงานประมงทะเล พ.ศ. ๒๕๖๑ เพื่อให้การตรวจแรงงานและการดำเนินคดีในงานประมงทะเลเป็นไปด้วยความรวดเร็วและมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ซึ่งมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ ๒๖ มิถุนายน ๒๕๖๑

พนักงานตรวจแรงงานในพื้นที่ ๒๒ จังหวัดชายทะเล จะดำเนินการตรวจแรงงานประมงทะเล ซึ่งรวมถึงการตรวจสอบสภาพการจ้างงานจากการสัมภาษณ์แรงงาน การตรวจสอบเอกสารที่เกี่ยวกับสัญญาจ้าง การจ่ายค่าจ้าง ทะเบียนลูกจ้าง และหลักฐานเวลาพัก เพื่อให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานในงานประมงทะเล โดยจะดำเนินการตรวจสอบ ทั้งที่ศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า-ออกเรือประมง (PIPO) ท่าเรือและแพปลา เรือประมงระหว่างทำการประมงในทะเล หรือที่สถานประกอบกิจการแปรรูปอาหารทะเล

หากพบนายจ้างฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎกระทรวงดังกล่าว ให้พนักงานดำเนินการออกคำสั่งให้นายจ้างปฏิบัติให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่กำหนด และ/หรือแจ้งความต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ เพื่อดำเนินคดีตามมาตรการปกครองและอาญา แล้วแต่ความหนักเบาแห่งข้อหาที่พบการกระทำความผิด

นอกจากนี้ พนักงานเจ้าหน้าที่จะดำเนินคดีอาญาทันทีในความผิดฐานค้ามนุษย์ด้านแรงงาน ความผิดเกี่ยวกับการใช้แรงงานเด็ก ความผิดที่ก่อให้เกิดผลกระทบต่อแรงงานจำนวนมาก และความผิดที่กระทำซ้ำครั้งที่สอง หลังจากที่เคยถูกออกคำสั่งมาแล้ว

ทั้งนี้ เรือที่พบการกระทำความผิดด้านแรงงานจะถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มเรือเสี่ยงที่มีระดับความเสี่ยงแตกต่างกันไปตามฐานความผิด และจะถูกสุ่มตรวจในระหว่างการแจ้งเข้า-ออกท่าเทียบเรือประมง และระหว่างการทำประมงกลางทะเลมากเป็นพิเศษกว่าการตรวจปกติ

ระเบียบการตรวจแรงงานฉบับนี้ถือเป็นคู่มือเพื่อให้พนักงานตรวจแรงงานมีแนวทางและขั้นตอนการปฎิบัติงานที่ชัดเจนและเป็นมาตรฐานเดียวกัน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการคุ้มครองแรงงานภาคประมง และการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดให้รวดเร็วยิ่งขึ้น และเป็นพื้นฐานสำคัญของการเตรียมเข้าเป็นภาคีอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศว่าด้วยการทำงานในภาคประมง (C188) ภายในปี พ.ศ. ๒๕๖๑

ที่มา: กองการสื่อมวลชน กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ


กสร. เผยข่าวดี เตรียมให้สัตยาบัน ILO 98 ภายในปี 62

Post by Osh7
on 09 กรกฎาคม 2561
ฮิต: 277

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เผยข่าวดี คาดไทยให้สัตยาบันอนุสัญญาไอแอลโอ ฉบับที่ 98 ภายในปี 62 นี้ พร้อมปรับปรุงกฎหมายแรงงานสัมพันธ์รองรับ

นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการให้สัตยาบันอนุสัญญาองค์การแรงงานระหว่างประเทศ หรือ ILO ฉบับที่ 98 ว่าด้วยสิทธิในการรวมตัวและการเจรจาต่อรอง ว่า ขณะนี้คืบหน้าไปมาก โดยได้ดำเนินการยกร่างพระราชบัญญัติแรงงานสัมพันธ์ พ.ศ. .... เพื่อปรับปรุงกฎหมายที่ใช้บังคับมาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2518 ซึ่งอาจมีบทบัญญัติบางประการไม่สอดคล้องกับสภาพการณ์ในปัจจุบัน ซึ่งร่างกฎหมายดังกล่าวจะเป็นการส่งเสริมและให้สิทธิในการรวมตัวและการเจรจาต่อรองแก่ลูกจ้างเพิ่มขึ้นและสอดคล้องกับอนุสัญญาฉบับที่ 98 ด้วย

นายอนันต์ชัย กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันร่างกฎหมายฉบับนี้อยู่ระหว่างเสนอคณะกรรมการพิจารณา ร่างกฎหมายกระทรวงแรงงาน และคาดว่าจะเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติได้ในเดือนตุลาคม 2561 ในส่วนของการให้สัตยาบันอนุสัญญา ILO ฉบับที่ 98 คาดว่าจะสามารถดำเนินการได้ภายในปี 2562 ซึ่งนับว่าเป็นการพัฒนาอีกหนึ่งก้าว ในการยกระดับการดูแลแรงงานที่ทำงานในประเทศไทยให้สามารถเข้าถึงสิทธิในการรวมตัวและเจรจาต่อรองร่วม อันเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานที่จะทำให้คนทำงานทุกภาคส่วนสามารถรักษาสิทธิและผลประโยชน์อันพึงมีพึงได้ และเพื่อส่งเสริมความเป็นธรรมทางสังคมและการอยู่ร่วมกันอย่างสันติและเป็นไปตามมาตรฐานสากล

กสร. เตรียมขยายลาคลอดบุตรจาก 90 เป็น 98 วัน

Post by Osh7
on 02 กรกฎาคม 2561
ฮิต: 247

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เตรียมเสนอร่างกฎหมายปรับเพิ่มสิทธิวันลาคลอดบุตรให้ลูกจ้างหญิงตั้งครรภ์จาก 90 วัน เป็น 98 วัน พร้อมให้สิทธิลาตรวจครรภ์ก่อนคลอดเป็นวันลาเพื่อคลอดบุตรด้วย

นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยว่า กสร. ได้เตรียมผลักดันในการแก้ไขกฎหมายคุ้มครองแรงงาน โดยเฉพาะการให้ลูกจ้างซึ่งเป็นหญิงตั้งครรภ์มีสิทธิลาเพื่อตรวจครรภ์ก่อนคลอดบุตรโดยให้ถือเป็นวันลาเพื่อคลอดบุตร และปรับเพิ่มสิทธิวันลาเพื่อคลอดบุตร จากเดิมที่สามารถลาคลอดบุตรหนึ่งครรภ์ได้ 90 วัน เป็น 98 วัน ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องกับอนุสัญญาขององค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ฉบับที่ 183 ว่าด้วยสิทธิการคุ้มครองความเป็นมารดาซึ่งได้กำหนดให้ภาครัฐต้องดูแลผู้หญิงตั้งครรภ์ ระหว่างและหลังคลอด และต้องให้วันหยุดมารดาหลังคลอด 14 สัปดาห์ โดยให้นับรวมการลาเพื่อตรวจครรภ์และลาคลอดบุตรใน 98 วัน เนื่องจากเป็นสิทธิการลาประเภทเดียวกัน ขณะนี้ร่างกฎหมายอยู่ในขั้นตอนการพิจารณาของสำนักงานกรรมการกฤษฎีกาและหากร่างดังกล่าวผ่านก็จะนำเสนอให้สนช.พิจารณาเพื่อประกาศเป็นกฎหมายต่อไป

อธิบดีกสร. กล่าวต่อไปว่า สำหรับประเด็นที่มีการเสนอให้ออกกฎกระทรวงว่าด้วยการจัดสวัสดิการตามมาตรา 95 แห่งพ.ร.บ.บัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 เกี่ยวกับการจัดสิ่งแวดล้อมให้สิ่งแวดล้อม ให้ส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่นั้น ที่ผ่านมา กสร. ได้ดำเนินการส่งเสริมให้มีการจัดตั้งมุมนมแม่ในสถานประกอบกิจการมาอย่างต่อเนื่องเพื่อส่งเสริม สนับสนุนให้นายจ้าง ลูกจ้างเห็นความสำคัญของการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ซึ่งการจัดสวัสดิการนอกเหนือกฎหมายกำหนดและเป็นการดำเนินการโดยความสมัครใจและขึ้นอยู่กับความพร้อมของนายจ้างทั้งในเรื่องสถานที่ การบริหารจัดการและค่าใช้จ่าย ดังนั้นการจะออกกฎหมายดังกล่าวจะต้องมีการศึกษาและรับฟังความคิดเห็นจากนายจ้าง ลูกจ้างและผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างรอบคอบก่อน


อธิบดีกสร. สั่งเร่งวิเคราะห์สถานการณ์ด้านแรงงานสัมพันธ์

Post by Osh7
on 03 กรกฎาคม 2561
ฮิต: 181

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน สั่งศูนย์ปฏิบัติการแรงงานสัมพันธ์เร่งวิเคราะห์สถานการณ์และแนวโน้มด้านแรงงานสัมพันธ์ มุ่งแก้ไขปัญหาด้านแรงงานสัมพันธ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) กล่าวว่า ได้สั่งการให้ศูนย์ปฏิบัติการแรงงานสัมพันธ์ซึ่งตั้งอยู่ใน 5 ภูมิภาค ได้แก่ ภาคเหนือ ณ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดลำพูน ภาคกลาง ณ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ภาคตะวันออก ณ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดชลบุรี ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ณ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดนครราชสีมา และภาคใต้ ณ สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดสงขลา เร่งดำเนินการให้มีการจัดประชุมเพื่อวิเคราะห์สถานการณ์แนวโน้มด้านแรงงานสัมพันธ์ รวมถึงแนวทางการส่งเสริมแรงงานสัมพันธ์ การวัดผลสำเร็จในการปฏิบัติงานด้านแรงงานสัมพันธ์ รวมทั้งรับฟังปัญหาอุปสรรค และแนวทางแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกับการดำเนินงานด้านแรงงานสัมพันธ์ให้มีประสิทธิภาพ โดยจะต้องเร่งดำเนินการให้แล้วเสร็จก่อนสิ้นปีงบประมาณนี้ เพื่อนำข้อมูลมาใช้ในการบริหารด้านแรงงานสัมพันธ์ภายใต้กรอบของกฎหมายอย่างเป็นธรรมและมีประสิทธิภาพต่อไป

อธิบดี กสร. กล่าวเพิ่มเติมว่า ศูนย์ปฏิบัติการแรงงานสัมพันธ์ เป็นการดำเนินการเชิงรุกในการทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางการป้องกันและแก้ไขปัญหาความขัดแย้งด้านแรงงานในระดับภูมิภาค ให้คำปรึกษาแนะนำและส่งเสริมระบบแรงงานสัมพันธ์ และพัฒนาเครือข่ายด้านแรงงานสัมพันธ์เพื่อให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาด้านแรงงานสัมพันธ์ ตลอดจนกำกับดูแลกระบวนแรงงานสัมพันธ์ เพื่อให้ลูกจ้างมีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความสุขในการทำงาน และยังส่งผลดีต่อผลประกอบการของนายจ้าง และเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศด้วย

ฟาร์มเลี้ยงไก่กว่า 3 พันแห่ง มั่นใจใช้ GLP พัฒนาคุณภาพชีวิตลูกจ้าง สร้างความเชื่อมั่นเรื่องความรับผิดชอบทางสังคมด้านแรงงาน

Post by Osh7
on 22 มิถุนายน 2561
ฮิต: 289

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เผยผู้ประกอบการฟาร์มไก่กว่า 3 พันแห่ง มั่นใจนำ GLP ไปใช้ปรับปรุงสภาพการจ้างการทำงานพัฒนาคุณภาพชีวิตลูกจ้าง สร้างความเชื่อมั่นเรื่องความรับผิดชอบทางสังคมด้านแรงงานแก่คู่ค้าและผู้บริโภค

นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยว่า กสร.ได้ร่วมมือกับกรมปศุสัตว์ และสมาคมผู้ผลิตไก่เพื่อส่งออกไทย โดยได้รับการสนับสนุนทางวิชาการจากองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ในการนำแนวปฏิบัติการใช้แรงงานที่ดี (Good Labour Practices : GLP) ไปใช้ในการบริหารจัดการแรงงาน โดยส่งเสริมสถานประกอบกิจการกลุ่มอุตสาหกรรมสัตว์ปีกนำ GLP ไปใช้เป็นแนวทางการปรับปรุงสภาพการจ้างและสภาพการทำงานเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตลูกจ้างและเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทางการค้า ปัจจุบันฟาร์มเลี้ยงไก่ได้ทำหนังสือแสดงความมุ่งมั่นในการนำแนวปฏิบัติการใช้แรงงานที่ดีสำหรับฟาร์มและสถานที่ฟักไข่สัตว์ปีกในประเทศไทย (GLP - Poultry Thailand) ไปใช้ในการบริหารจัดการด้านแรงงานแล้ว 3,778 แห่ง

อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับการขับเคลื่อนในระยะต่อไปกสร. จะร่วมกับภาคเอกชนในลักษณะของกลุ่มอุตสาหกรรม เพื่อส่งเสริมให้นำแนวปฏิบัติการใช้แรงงานที่ดี (GLP) ไปใช้ในการปรับปรุงสภาพการจ้างและสภาพการทำงาน ทั้งในภาคอุตสาหกรรม การปศุสัตว์ และเกษตรกรรม รวมถึง ผู้ประกอบการที่อยู่ในห่วงโซ่อุปทาน (Supply Chain) ของประเภทกิจการดังกล่าวด้วย เพื่อให้แรงงานมีคุณภาพชีวิตที่ดี สร้างความเชื่อมั่นเรื่องความรับผิดชอบทางสังคมด้านแรงงานแก่คู่ค้าและผู้บริโภคทั้งในและนอกประเทศสถานประกอบกิจการที่สนใจสอบถามได้ที่สำนักพัฒนามาตรฐานแรงงาน กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน โทรศัพท์ 0 2245 7211 หรือโทรศัพท์สายด่วน 1506 กด 3