8187ede47809cc531ef4b711057ff146.jpg

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ ช่อง กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

 

กสร. เตือนรับงานทำที่บ้านระวังโดนหลอก แนะตรวจสอบก่อน

Post by Osh7
on 16 สิงหาคม 2561
ฮิต: 283

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เตือนผู้รับงานไปทำที่บ้าน และประชาชนทั่วไป ระวังตกเป็นเหยื่อมิจฉาชีพหลอกให้รับไปทำที่บ้าน แนะตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมายของผู้ว่าจ้างว่าก่อนรับงานมาทำ สงสัยสอบถามสายด่วน 1506 กด 3

นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีมิจฉาชีพหลอกลวงผู้รับงานไปทำที่บ้านในลักษณะของการโฆษณาผ่านโซเชียลมีเดียว่ามีงานหรือผลิตภัณฑ์ให้รับไปทำที่บ้าน เช่น งานแยกสีริบบิ้น ลูกปัด กระดุม เป็นต้น บางรายหลอกให้ผู้รับงานโอนเงินลงทุนค่าผลิตภัณฑ์ให้แก่ผู้ว่าจ้างก่อนและเมื่อโอนเงินให้แล้วก็หนีหายไปโดยไม่มีงานให้ทำ หรือบางรายไม่จ่ายค่าตอบแทนให้ และผู้เสียหายส่วนใหญ่จะไม่มีหลักฐานที่ชัดเจนที่จะเอาผิดกับผู้หลอกลวงได้ กสร.จึงขอฝากเตือนไปยังผู้ที่ต้องการหารายได้โดยการรับงานไปทำที่บ้าน ให้ตรวจสอบผู้จ้างงานว่ามีการปฏิบัติตาม พ.ร.บ.คุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน พ.ศ.2553 หรือไม่ เช่น มีการจัดทำเอกสารเกี่ยวกับการรับงานไปทำที่บ้านมอบให้แก่ผู้รับงานฯ ซึ่งจะต้องมีชื่อที่อยู่ทั้งของผู้ว่าจ้างและผู้รับงานฯ อัตราค่าตอบแทน ไม่มีการเรียกหรือรับหลักประกันการทำงานหรือหลักประกันความเสียหายไม่ส่งมอบงานอันตรายให้ทำ เป็นต้น

อธิบดีกสร. กล่าวเพิ่มเติมว่า สำหรับผู้จ้างงานที่ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามกฎหมายคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้านก็จะมีโทษปรับตั้งแต่หนึ่งหมื่นถึงสองแสนบาท หรือจำคุกตั้งแต่หนึ่งเดือนถึงหนึ่งปี หรือได้รับโทษทั้งจำทั้งปรับและขอให้ผู้รับงานไปทำที่บ้าน รวมทั้งประชาชนทั่วไปให้ระมัดระวังการหลอกลวงในรูปแบบดังกล่าว หากมีข้อสงสัยหรือต้องการปรึกษาติดต่อได้ที่ กองคุ้มครองแรงงานนอกระบบ 0 2245 7170 หรือที่โทรศัพท์สายด่วน 1506 กด 3

กสร.อนุมัติเงินกู้สหกรณ์ออมทรัพย์ แก้หนี้นอกระบบ

Post by Osh7
on 15 สิงหาคม 2561
ฮิต: 238

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน อนุมัติเงินกู้กองทุนเพื่อผู้ใช้แรงงาน 10 ล้านบาท ให้สหกรณ์ออมทรัพย์ในนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง แก้ปัญหาหนี้นอกระบบให้ลูกจ้าง

นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานมอบเงินกู้กองทุนเพื่อผู้ใช้แรงงานให้แก่สหกรณ์ในสถานประกอบกิจการ เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2561 ที่ผ่านมา ว่า คณะกรรมการบริหารกองทุนเพื่อผู้ใช้แรงงานได้มีมติอนุมัติเงินกู้ตามโครงการเงินกู้ เพื่อวิถีแห่งคุณภาพชีวิตที่ดีตามศาสตร์พระราชาแก่สหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน อี.ดี.ที ลาดกระบัง จำกัด ซึ่งตั้งอยู่ในนิคมอุตสาหกรรมลาดกระบัง เป็นเงิน 10 ล้านบาท เพื่อให้สมาชิกสหกรณ์ที่เป็นลูกจ้างได้กู้ยืมเพื่อนำไปลดภาระหนี้สินนอกระบบหรือหนี้อื่น ๆ ที่มีอัตราดอกเบี้ยสูง และสามารถพัฒนาคุณภาพชีวิตของตนเองและครอบครัวให้ดียิ่งขึ้น โดยคาดว่าจะเกิดประโยชน์แก่ลูกจ้างที่เป็นสมาชิกสหกรณ์ในสถานประกอบกิจการดังกล่าว 236 คน

อธิบดีกสร. กล่าวต่อไปว่า โครงการเงินกู้เพื่อวิถีแห่งคุณภาพชีวิตที่ดีตามศาสตร์พระราชา เปิดโอกาสให้สหกรณ์ออมทรัพย์ในสถานประกอบกิจการและรัฐวิสาหกิจกู้ยืมเงินผ่านกองทุนเพื่อผู้ใช้แรงงานในอัตราร้อยละ 2 ต่อปี โดยจะปล่อยกู้ให้สหกรณ์ออมทรัพย์ในสถานประกอบกิจการหรือสหกรณ์ออมทรัพย์ในรัฐวิสาหกิจสูงสุด ไม่เกินสหกรณ์ละ 10 ล้านบาท เพื่อนำไปให้ลูกจ้างที่มีรายได้น้อยและเป็นสมาชิกสหกรณ์สามารถกู้ ในอัตราดอกเบี้ยไม่เกินร้อยละ 5 ต่อปี สหกรณ์ออมทรัพย์ที่สนใจเข้าร่วมโครงการ สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ กองสวัสดิการแรงงาน โทรศัพท์ 0 2245 6774 หรือ 0 2246 0383 หรือสำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดทุกจังหวัด


กสร. เล็งออกกฎหมายคุ้มครองแรงงานในกิจการฟาร์มสัตว์ปีก

Post by Osh7
on 10 สิงหาคม 2561
ฮิต: 220

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เดินหน้ายกร่างกฎกระทรวงกำหนดงานที่นายจ้างและลูกจ้างอาจตกลงกันสะสมและเลื่อนวันหยุดประจำสัปดาห์ พ.ศ. .... ตั้งเป้าดูแลแรงงานในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ปีก ให้สอดคล้องกับลักษณะงานที่แตกต่างจากงานทั่วไป

นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยว่า คณะทำงานพิจารณายกร่างกฎกระทรวงกำหนดงานที่นายจ้างและลูกจ้างอาจตกลงกันสะสมและเลื่อนวันหยุดประจำสัปดาห์ พ.ศ. .... ได้พิจารณาออกกฎหมายเพื่อคุ้มครองแรงงานในกิจการฟาร์มเลี้ยงสัตว์ปีก เพื่อให้สอดคล้องกับบริบทและสภาพการจ้าง การทำงานในฟาร์มเลี้ยงสัตว์ปีกที่มีลักษณะแตกต่างจากงานทั่วไปและมีข้อกำหนดที่ต้องเป็นไปตามมาตรฐานความปลอดภัยทางชีวภาพสำหรับฟาร์มสัตว์ปีกอีกด้วย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาเนื้อหาในร่างกฎกระทรวงดังกล่าว

อธิบดีกสร. กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบันมีฟาร์มสัตว์ปีกที่ขึ้นทะเบียนกับกรมปศุสัตว์ จำนวน 8,624 ฟาร์ม ซึ่งเป็นสถานประกอบกิจการที่เลี้ยงสัตว์ปีกเพื่อการค้า โดยครอบคลุมถึงพื้นที่เลี้ยง สถานที่เก็บและเตรียมอาหาร บริเวณสำหรับทำลายซาก เป็นต้น ดังนั้นการออกกฎกระทรวงดังกล่าวต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ ถี่ถ้วนเพื่อเป็นการคุ้มครองดูแลแรงงานให้ครอบคลุมทั่วถึง เกิดความยืดหยุ่นและยกระดับคุณภาพชีวิตแรงงาน ตลอดจนเป็นไปตามมาตรฐานแรงงานสากล


ไทยเร่งสร้างความตระหนักรู้เรื่องสัญญาจ้างและการจ่ายค่าจ้างแรงงานประมงทะเลที่ถูกต้อง

Post by Osh7
on 15 สิงหาคม 2561
ฮิต: 278

กระทรวงแรงงานได้จัดการประชุมเพื่อส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับข้อบังคับการทำสัญญาจ้างและการจ่ายค่าจ้างแรงงานประมงทะเล ตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวงคุ้มครองแรงงานในงานประมงทะเล พ.ศ. ๒๕๖๑ ซึ่งมีผลบังคับใช้เมื่อวันที่ ๓ เมษายน ๒๕๖๑ รวมทั้งประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่องกำหนดแบบสัญญาจ้างในงานประมงทะเล โดยมีผู้เข้าร่วมประกอบด้วยผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของภาครัฐ ธนาคารพาณิชย์ สมาคมประมง ผู้ประกอบการประมง และแรงงานประมง เพื่อให้เกิดการปฏิบัติที่ถูกต้องตามกฎหมาย และส่งเสริมความร่วมมือระหว่างกลุ่มผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย เพื่อให้แรงงานได้รับการคุ้มครองและประโยชน์ตามสิทธิอย่างแท้จริงตามกฎหมาย

การประชุมชี้แจงดังกล่าวจัดขึ้นในเขตจังหวัดชายทะเล ๒๒ จังหวัด โดยได้ดำเนินการไปแล้วตั้งแต่ช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๖๑ จนถึงปัจจุบัน รวมทั้งหมด ๕ ครั้ง ได้แก่ ครั้งที่ ๑ ที่จังหวัดตรัง ครั้งที่ ๒ ที่จังหวัดสมุทรสงคราม ครั้งที่ ๓ ที่จังหวัดสงขลา ครั้งที่ ๔ ที่จังหวัดเพชรบุรี และครั้งที่ ๕ ที่จังหวัดสมุทรสาคร โดยมีผู้เข้าร่วมการประชุมทั้งหมด ๙๒๘ คน

ทั้งนี้ สาระสำคัญของการชี้แจงคือระเบียบปฏิบัติใหม่ตามที่ระบุไว้ในกฎกระทรวงฯ ได้แก่ การกำหนดให้นายจ้างจัดทำเอกสารเกี่ยวกับการจ่ายค่าจ้างและค่าทำงานในวันหยุดเป็นภาษาไทยและเก็บไว้ ณ สถานที่ทำงานของนายจ้างและลูกจ้างเพื่อให้พนักงานตรวจแรงงานตรวจสอบ ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้ถูกต้องและตามกำหนดเวลาที่ตกลงกันแต่ไม่น้อยกว่าหนึ่งครั้งในหนึ่งเดือน ให้นายจ้างกำหนดค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างเป็นค่าจ้างรายเดือน โดยไม่น้อยกว่าอัตราค่าจ้างขั้นต่ำรายวันคูณด้วย ๓๐ วัน ให้นายจ้างจ่ายค่าจ้างให้แก่ลูกจ้างผ่านบัญชีธนาคารของลูกจ้าง และรวมถึงให้นายจ้างที่ทำการประมงนอกน่านน้ำไทยต้องมีอุปกรณ์หรือระบบสื่อสารผ่านดาวเทียมที่รองรับการส่งข้อความได้ไม่ต่ำกว่า ๑ เมกะไบต์ ต่อคนต่อเดือน เพื่อให้ลูกเรือเข้าถึงและใช้ในการติดต่อหรือประสานงานกับเจ้าหน้าที่ หรือครอบครัวได้ตลอดเวลา โดยนายจ้างเป็นผู้ออกค่าใช้จ่ายดังกล่าว

นอกจากนี้ กระทรวงแรงงานยังได้ร่วมมือกับองค์การแรงงานระหว่างประเทศ (International Labour Organisation – ILO) ในการจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์เพื่อเผยแพร่ความรู้เกี่ยวกับสิทธิของแรงงาน โดยให้ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับการจ่ายค่าจ้าง ชั่วโมงการทำงาน ความปลอดภัยและสุขอนามัย สิทธิในการรวมกลุ่ม และช่องทางในการร้องเรียน การเผยแพร่วิธีการใช้ตู้ถอนเงินอัตโนมัติซึ่งมีการติดตั้งแล้ว ๘๑ ตู้ในบริเวณศูนย์ควบคุมการแจ้งเข้า – ออกเรือประมง (Port-in Port-out – PIPO) ใน ๒๒ จังหวัดชายทะเล โดยสื่อประชาสัมพันธ์มีทั้งในรูปแบบแผ่นพับ และคลิปวีดีโอซึ่งเข้าถึงได้โดยการสแกนรหัส QR code ที่ปรากฏบนแผ่นพับ ซึ่งมีทั้งในรูปแบบภาษาไทย ภาษาอังกฤษ ภาษาเมียนมา และภาษากัมพูชา เพื่อให้เข้าถึงแรงงานต่างด้าวโดยแท้จริงด้วย

กระทรวงแรงงาน โดยกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ยังได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์ PIPO ต่าง ๆ เร่งให้ความรู้ความเข้าใจเพิ่มเติมกับลูกจ้างและนายจ้างในกิจการประมงในพื้นที่ด้วย และให้พนักงานตรวจแรงงานปฏิบัติตามระเบียบการตรวจแรงงานและการดำเนินคดีอาญาผู้กระทำความผิดตามกฎกระทรวงว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานในงานประมงทะเล พ.ศ. ๒๕๖๑ อย่างเคร่งครัด เพื่อให้มีแนวปฏิบัติที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน และการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง

ที่มา: กองการสื่อมวลชน กรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ


กสร. ย้ำลูกจ้างต้องได้พัก 20 นาที ก่อนทำโอที

Post by Osh7
on 09 สิงหาคม 2561
ฮิต: 200

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ย้ำนายจ้างให้ปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานกรณีให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลาต่อจากเวลาทำงานปกติไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง ต้องให้ลูกจ้างพักอย่างน้อย 20 นาที ก่อนเริ่มทำงานล่วงเวลา ฝ่าฝืนมีโทษปรับ 2 หมื่นบาท

นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยว่า พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ.2541 กำหนดให้นายจ้างที่ให้ลูกจ้างทำงานล่วงเวลาต่อจากเวลาทำงานปกติไม่น้อยกว่า 2 ชั่วโมง จะต้องจัดเวลาพักให้ลูกจ้างก่อนเริ่มทำงานล่วงเวลาไม่น้อยกว่า 20 นาที เพื่อให้ลูกจ้างได้หยุดพักผ่อนคลายความเหน็ดเหนื่อยและความเครียดก่อนที่จะทำงานต่อไป เพื่อป้องกันการประสบอันตรายจากการทำงานอย่างไรก็ตามนายจ้างอาจไม่ต้องจัดเวลาพักให้แก่ลูกจ้างได้ ถ้าลูกจ้างทำงานที่มีลักษณะหรือสภาพของงานต้องทำติดต่อกันไปโดยได้รับความยินยอมจากลูกจ้างแล้ว เช่น งานเฝ้าสถานที่ หรือกรณีที่เป็นงานฉุกเฉิน

อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน กล่าวเพิ่มเติมว่า กสร.จึงขอให้นายจ้างปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมาย หากฝ่าฝืนจะมีความผิดโดยมีโทษปรับไม่เกิน 2 หมื่นบาท สำหรับนายจ้างและลูกจ้างที่ต้องการทราบข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิหน้าที่ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงาน สามารถสอบถามได้ที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 ถึง 10 สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดทุกจังหวัด หรือโทรศัพท์สายด่วน 1506 กด 3