8187ede47809cc531ef4b711057ff146.jpg

ยินดีต้อนรับเข้าสู่ ช่อง กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

 

อธิบดีกสร.ขับเคลื่อนงานปี 62 ตั้งเป้ายกระดับคุ้มครองแรงงานทั้งระบบ พร้อมบูรณาการร่วมเครือข่ายทำงานเชิงรุก

  

รักษาราชการอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เผยทิศทางการดำเนินงานกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานปีงบประมาณ 2562 เน้นสอดคล้องนโยบายเน้นหนักกระทรวงแรงงาน ประสานเครือข่ายตามแนวทางประชารัฐ มุ่งยกระดับคุ้มครองแรงงานทั้งระบบ ขับเคลื่อน Safety Thailand สนันสนุนแรงงานสูงอายุ ผู้พิการ แรงงานพื้นที่ EEC และพัฒนางานเพิ่มประสิทธิภาพ

นายวิวัฒน์ ตังหงส์ รักษาราชการแทนอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยทิศทางการดำเนินงานของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ในปีงบประมาณ 2562 กสร.จะขับเคลื่อนงานสอดรับนโยบายเน้นหนักของพลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน โดยจะมุ่งเน้นการเพิ่มประสิทธิภาพการป้องกันและแก้ไขปัญหาการใช้แรงงานบังคับ การค้ามนุษย์ด้านแรงงาน และการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้าย ซึ่งเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาลและกระทรวงแรงงาน โดยมีเป้าหมายให้ประเทศไทยได้รับประเมินจากกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ในรายงาน TIP Report ในระดับ Tier 2 หรือเลื่อนขึ้นเป็นระดับ Tier 1 และได้รับการประเมินจากกระทรวงแรงงานสหรัฐฯ ในรายงานสถานการณ์การใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้าย ปี 2561 อยู่ในระดับความสำเร็จสูงสุด (Significant Advancement) เท่ากับปี 2560 และการใช้แรงงานเด็กในรูปแบบที่เลวร้ายหมดสิ้นไปจากประเทศไทยภายในปี 2563 ซึ่งจะมุ่งเน้นการยกระดับการคุ้มครองแรงงานให้สอดคล้องตามมาตรฐานสากลมากยิ่งขึ้น การพัฒนากฎหมายให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบัน การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้น และตรวจคุ้มครองแรงงานโดยเฉพาะกิจการกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ แรงงานประมงทะเล แรงงานเด็กในทุกกิจการ และแรงงาน นอกระบบ นอกจากนี้กสร. ได้ร่วมกับสำนักงานสถิติแห่งชาติดำเนินการสำรวจสถานการณ์เด็กทำงานในประเทศไทย ซึ่งเป็นครั้งแรกที่มีการดำเนินการอย่างเป็นมาตรฐาน โดยจะแล้วเสร็จในเดือนกุมภาพันธ์ 2562 จากนั้นจะนำข้อมูล ที่ได้ไปจัดทำแผนปฏิบัติการในการคุ้มครองแรงงานเด็กมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

นายวิวัฒน์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับนโยบายแรงงานมีความปลอดภัยและสุขภาพอนามัยดี ตามนโยบาย Safety Thailand จะเน้นย้ำการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง และร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งภาครัฐและเอกชนตามกลไกประชารัฐสร้างการรับรู้แก่นายจ้าง ลูกจ้าง และผู้เกี่ยวข้อง โดยมีเป้าหมายที่สำคัญ คือ อัตราการประสบอันตรายจากการทำงานลดลงไม่น้อยกว่าร้อยละ 5 เทียบกับปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ กสร.ยังให้ความสำคัญในการสนับสนุนให้ผู้สูงอายุมีงานทำ กำกับดูแลให้นายจ้างปฏิบัติต่อแรงงานกลุ่มนี้ให้เป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด รวมถึงส่งเสริมการจัดสวัสดิการนอกเหนือกฎหมายด้วย อีกทั้งส่งเสริมการบริหารจัดการด้านแรงงานในพื้นที่ EEC ส่งเสริมการจัดสวัสดิการแรงงานแบบยืดหยุ่นให้สถานประกอบกิจการนำไปใช้เป็นแนวทางในการจัดสวัสดิการที่สอดคล้องกับความต้องการของลูกจ้าง เพื่อสร้างแรงจูงใจและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ตลอดจนเฝ้าระวังและป้องกันปัญหาแรงงานสัมพันธ์ในกิจการกลุ่มเสี่ยง นโยบายที่สำคัญอีกประการหนึ่ง คือ กสร. ได้กำหนดแนวทางพัฒนาการบริหารงานทั้งในเชิงวิชาการและการบริหารงานบุคคลเพื่อให้เป็นทิศทางเดียวกันนโยบายของกระทรวงแรงงาน โดยพัฒนาและปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน เชื่อมโยงกับหน่วยงานภายในและภายนอกกระทรวงแรงงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้การบริหารจัดการ ในการคุ้มครองแรงงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ การจัดตั้งคณะทำงานเพื่อศึกษาวิจัยด้านแรงงาน ทั้งในและนอกระบบเพื่อนำมาใช้เป็นฐานข้อมูล รวมไปถึงพัฒนาศักยภาพเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานให้มีความรู้ ทักษะและเจตคติที่ดี ในการดำเนินการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ด้านแรงงาน และการจัดสวัสดิการเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของข้าราชการและเจ้าหน้าที่ ทั้งนี้ กสร.จะเน้นทำงานแบบบูรณาการร่วมกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ทั้งหน่วยงานภายในสังกัดกระทรวงแรงงาน หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน รวมไปถึงเครือข่ายแรงงานด้านต่าง ๆ ในรูปแบบไตรภาคี เพื่อสร้างการรับรู้เกี่ยวกับบทบาทภารกิจของกรม มุ่งเน้นเชื่อมโยงฐานข้อมูล ลดช่องว่างและเพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงานให้ไปในทิศทางเดียวกัน โดยมุ่งเป้าหมายให้มีผลิตภาพแรงงานที่ดีนำไปสู่เสถียรภาพในการจ้างงาน และแรงงานมีคุณภาพชีวิตที่ดียิ่งขึ้นไป

รมว.แรงงาน ร่วมมือภาคีส่งเสริมสุขภาวะแรงงาน

วันที่ 5 ตุลาคม 2561 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาและสร้างเสริมสุขภาวะคนทำงานในสถานประกอบการ นโยบายรัฐกับความร่วมมือการส่งเสริมสุขภาวะคนทำงานในสถานประกอบการหนุนใช้กลไกประชารัฐร่วมขับเคลื่อนวัฒนธรรมความปลอดภัยเชิงป้องกัน ส่งเสริมสุขภาวะคนทำงาน

พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการพัฒนาและสร้างเสริมสุขภาวะคนทำงานในสถานประกอบการ “นโยบายรัฐกับความร่วมมือการส่งเสริมสุขภาวะคนทำงานในสถานประกอบการ” โดยได้กล่าวว่า กระทรวงแรงงานเป็นหน่วยงานหลักในการคุ้มครองและส่งเสริมให้แรงงานมีความมั่นคงในการทำงาน มีหลักประกันและมีคุณภาพชีวิตที่ดี ก่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน ย่อมส่งผลดีต่อสังคมและเศรษฐกิจของประเทศทั้งในปัจจุบันและอนาคต ทั้งนี้ ปัจจัยพื้นฐานที่ส่งผลให้แรงงานมีคุณภาพชีวิตที่ดี คือ การสร้างเสริมสุขภาพให้แรงงานมีสภาวะที่สมบูรณ์ทางด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม อย่างไรก็ตามปัจจุบันยังพบว่า ประชากรไทยวัยแรงงานมีปัญหาสุขภาวะส่งผลให้มีมูลค่าความสูญเสียทางเศรษฐกิจสูงถึง 930,053 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 7.2 ของจีดีพีของประเทศ 

พล.ต.อ. อดุลย์ กล่าวต่อไปว่า กระทรวงแรงงาน เล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงได้กำหนดให้การขับเคลื่อน Safety Thailand เป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญที่ต้องดำเนินการอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ทั้งนี้ ความสำเร็จของการดำเนินงานจะต้องทำงานโดยร่วมมือกับภาคีเครือข่ายผ่านกลไกปaระชารัฐ ภายใต้นโยบาย โครงการ และกิจกรรมต่าง ๆ ของกระทรวงแรงงานในการเสริมสร้างสุขภาวะคนทำงานในสถานประกอบกิจการ มุ่งสู่การลดปัญหาสุขภาพ อุบัติเหตุ เพื่อร่วมกันสร้างและขับเคลื่อนวัฒนธรรมความปลอดภัยเชิงป้องกัน ให้ประสบผลสำเร็จต่อไป

 

.........................................................................................................................................

 

กสร. เตือนภัยอย่าลงเชื่อเพจหลอกให้รับงานไปทำที่บ้าน

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เตือนภัยผู้รับงานไปทำที่บ้านอย่าลงเชื่อเพจรับสมัครงานผ่านโซเชียลมีเดีย แนะให้ตรวจสอบการปฏิบัติตามกฎหมายของผู้ว่าจ้างก่อน หากไม่มั่นใจสอบถามสายด่วน 1506 กด 3

นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยว่า ปัจจุบันมีการโฆษณาผ่านสื่อโซเชียลมีเดียรับสมัครคนแพ็คและคัดแยกสินค้าประเภทกิ๊ฟช็อปโดยให้รับไปทำที่บ้านโดยผู้จ้างงานแจ้งว่าต้องจ่ายเงินค่ามัดจำอุปกรณ์ตามราคาสินค้าและเมื่อส่งสินค้าที่ผ่านการคัดแยกและแพ็คเสร็จแล้วจะได้ค่าจ้างพร้อมคืนเงินมัดจำ ซึ่งปรากฏว่ามีผู้ถูกหลอกลวงจำนวนมากทั้งในลักษณะของการโอนเงินมัดจำให้แต่ผู้ว่าจ้างหนีหายไปโดยไม่มีงานให้ทำหรือบางรายได้ส่งมอบงานให้แล้วแต่ไม่ได้รับค่าตอบแทน กสร.จึงขอเตือนให้แรงงานนอกระบบ ผู้รับงานไปทำที่บ้าน และประชาชนทั่วไป ให้ระมัดระวังมิจฉาชีพที่แอบแฝงมาในรูปแบบของการจ้างงานที่มีลักษณะงานที่คล้ายคลึงกับงานที่รับไปทำที่บ้านทั้งนี้ขอให้ตรวจสอบว่าผู้จ้างงานมีการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน พ.ศ.2553 หรือไม่ เช่น จัดทำเอกสารเกี่ยวกับการรับงานไปทำที่บ้านมอบให้แก่ผู้รับงานฯ ไม่เรียกหรือรับหลักประกันการทำงานหรือหลักประกันความเสียหายจากผู้รับงาน เป็นต้น

อธิบดีกสร. กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของผู้จ้างงานที่ฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทำที่บ้าน พ.ศ.2553 จะมีโทษปรับตั้งแต่ 1 หมื่นถึง 2 แสนบาท หรือจำคุกตั้งแต่หนึ่งเดือนถึงหนึ่งปี หรือได้รับโทษทั้งจำทั้งปรับ สำหรับผู้ที่ต้องการทราบว่าผู้ว่าจ้างปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่สอบถามได้ที่สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 ถึง 10 สำนักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดทุกจังหวัด หรือโทรศัพท์สายด่วน 1506 กด 3


รมว.แรงงาน ร่วมมือภาคีส่งเสริมสุขภาวะแรงงาน หนุนใช้กลไกประชารัฐร่วมขับเคลื่อนวัฒนธรรมความปลอดภัยเชิงป้องกัน

วันที่ 5 ตุลาคม 2561 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานเปิดโครงการพัฒนาและสร้างเสริมสุขภาวะคนทำงานในสถานประกอบการ นโยบายรัฐกับความร่วมมือการส่งเสริมสุขภาวะคนทำงานในสถานประกอบการหนุนใช้กลไกประชารัฐร่วมขับเคลื่อนวัฒนธรรมความปลอดภัยเชิงป้องกัน ส่งเสริมสุขภาวะคนทำงาน

พลตำรวจเอก อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการพัฒนาและสร้างเสริมสุขภาวะคนทำงานในสถานประกอบการ “นโยบายรัฐกับความร่วมมือการส่งเสริมสุขภาวะคนทำงานในสถานประกอบการ” โดยได้กล่าวว่า กระทรวงแรงงานเป็นหน่วยงานหลักในการคุ้มครองและส่งเสริมให้แรงงาน มีความมั่นคงในการทำงาน มีหลักประกันและมีคุณภาพชีวิตที่ดี ก่อให้เกิดการพัฒนาที่ยั่งยืน ย่อมส่งผลดีต่อสังคมและเศรษฐกิจของประเทศทั้งในปัจจุบันและอนาคต ทั้งนี้ ปัจจัยพื้นฐานที่ส่งผลให้แรงงานมีคุณภาพชีวิตที่ดี คือ การสร้างเสริมสุขภาพให้แรงงานมีสภาวะที่สมบูรณ์ทางด้านร่างกาย จิตใจ และสังคม อย่างไรก็ตามปัจจุบันยังพบว่า ประชากรไทยวัยแรงงานมีปัญหาสุขภาวะส่งผลให้มีมูลค่าความสูญเสียทางเศรษฐกิจสูงถึง 930,053 ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ 7.2 ของจีดีพีของประเทศ

พล.ต.อ. อดุลย์ กล่าวต่อไปว่า กระทรวงแรงงาน เล็งเห็นถึงความสำคัญของปัญหาดังกล่าว จึงได้กำหนดให้การขับเคลื่อน Safety Thailand เป็นหนึ่งในนโยบายสำคัญที่ต้องดำเนินการอย่างจริงจังและต่อเนื่อง ทั้งนี้ ความสำเร็จของการดำเนินงานจะต้องทำงานโดยร่วมมือกับภาคีเครือข่ายผ่านกลไกประชารัฐ ภายใต้นโยบาย โครงการ และกิจกรรมต่าง ๆ ของกระทรวงแรงงานในการเสริมสร้างสุขภาวะคนทำงานในสถานประกอบกิจการ มุ่งสู่การลดปัญหาสุขภาพ อุบัติเหตุ เพื่อร่วมกันสร้างและขับเคลื่อนวัฒนธรรมความปลอดภัยเชิงป้องกัน ให้ประสบผลสำเร็จต่อไป

กสร. ติวเข้มนิติกร เพิ่มศักยภาพบังคับใช้กฎหมาย

Post by Osh7
on 24 กันยายน 2561
ฮิต: 234

กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน อบรมนิติกรทั่วประเทศ รองรับกฎหมายใหม่ ตั้งเป้าเพิ่มศักยภาพการบังคับใช้กฎหมาย คุ้มครองสิทธิลูกจ้าง
นายอนันต์ชัย อุทัยพัฒนาชีพ อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน (กสร.) เปิดเผยว่า ปัจจุบัน กสร. ได้ปรับปรุงแก้ไขกฎหมายเพื่อการคุ้มครองแรงงาน รวมทั้งระเบียบและแนวปฏิบัติหลายฉบับเพื่อให้แรงงานได้รับการคุ้มครองสิทธิและมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ทั้งนี้ในการดำเนินการดังกล่าวจำเป็นต้องมีการสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องแก่นายจ้าง ลูกจ้าง และผู้เกี่ยวข้องเพื่อให้ทราบถึงสิทธิ หน้าที่ และสามารถปฏิบัติตามที่กฎหมายกำหนดได้อย่างถูกต้อง โดยมีนิติกรทำหน้าที่ในการสร้างความรู้ความเข้าใจข้อกฎหมาย ให้คำปรึกษาแนะนำ รวมทั้งดำเนินการบังคับใช้กฎหมาย เพื่อเป็นการเพิ่มพูนศักยภาพของนิติกรผู้ปฏิบัติงาน กสร. ได้จัดอบรมหลักสูตรเพื่อพัฒนาศักยภาพบังคับใช้กฎหมายขึ้น เพื่อให้นิติกรทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค ได้ทราบและเข้าใจถึงเนื้อหาของกฎหมาย ระเบียบ และแนวปฏิบัติที่มีการปรับปรุงแก้ไข ตลอดจนแนวทางการบังคับใช้กฎหมาย

นายอนันต์ชัย กล่าวต่อไปว่า การอบรมดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18 - 19 กันยายน 2561 โดยมี ผู้เข้ารับการอบรมประกอบด้วยนิติกรทั้งในส่วนกลางและภูมิภาค จำนวน 100 คน ทั้งนี้กสร.มุ่งหวังให้นิติกร ที่ผ่านการอบรมสามารถให้บริการแก่นายจ้าง ลูกจ้างในการให้คำปรึกษา แนะนำเกี่ยวกับสิทธิหน้าที่ตามกฎหมาย รวมถึงสามารถบังคับใช้กฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป